|

จุดยืนที่พึงมี สิ่งดีที่พึงทำ!
ในท่ามกลางบรรยากาศที่สุดแสนอึมครึม อึดอัด น่าหงุดหงิด และน่าสะเทือนใจจากสถานการณ์การเมืองไทยในเวลานี้ ซึ่งส่งผลกระทบต่อสภาพสังคมและเศรษฐกิจเป็นวงกว้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อสุขภาพจิตของชาวไทยทั่วประเทศและต่อวิถีการดำรงชีวิตและการประกอบอาชีพของประชาชนที่อยู่ในรัศมีการต่อสู้เพื่อบรรลุตามเป้าหมายของ น.ป.ช. หรือ มวลชนคนเสื้อแดง
ในฐานะที่เป็นหนึ่งในตัวแทนขององค์กรคริสตศาสนาในประเทศไทยที่รักความสงบสันติ และสนับสนุนวิถีแห่ง ภารดรภาพ ที่ได้เฝ้าติดตามดูสถานการณ์ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นและดำเนินต่อเนื่องมาอย่างเรื้อรัง เราได้รวมพลังของคริสตชนทั่วประเทศ ในทุกคริสตจักร ในทุกจังหวัดและทุกภูมิภาคของประเทศไทย (รวมทั้งประสานเป็นเครือข่ายกับ คริสตชนทั่วทั้งโลก) ได้ร่วมกันอธิษฐานภาวนาขอองค์พระผู้เป็นเจ้าแห่งสวรรค์เบื้องบนดลบันดาลให้ประเทศไทยชาติไทยของเราพ้นผ่านวิกฤตภัยแห่งความขัดแย้งทางการเมืองในครั้งนี้
พวกเราเชื่อมั่นว่า องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงสดับคำอธิษฐานวิงวอนของคริสตชนทั้งประเทศ (รวมทั้งศาสนิกชนในศาสนาอื่นๆ ที่วิงวอนต่อพระองค์อย่างจริงใจ แม้จะเรียกขานนามพระองค์แตกต่างกันไปก็ตาม) ด้วยเหตุนี้เอง สถานการณ์อันเลวร้ายจึงได้เลื่อนเวลาออกมาอย่างยาวนาน และทำให้ไม่เกิดความหายนะหรือสูญเสียมากกว่าที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม พวกเราตระหนักว่า การเฝ้าภาวนาอธิษฐานในที่รโหฐานตามศาสนสถานอย่างในโบสถ์ วิหาร อย่างเดียวคงจะไม่เพียงพอแล้ว จึงเห็นว่าเป็นเวลาอันสมควรที่พลังเงียบทางศาสนาที่รักสันติ จะได้แสดงจุดยืนออกมาเป็นถ้อยคำต่อสถานการณ์บ้านเมืองที่มีการเรียกร้องหาประชาธิปไตยและความถูกต้องยุติธรรมอยู่ในเวลานี้
ในนามของคริสตชนนิกายโปรเตสแตนท์ในประเทศไทย จึงขอประกาศจุดยืนของเราไว้ ณ ที่นี้ โดยมีความประสงค์ที่จะวิงวอนขอให้ทุกฝ่ายไม่ว่าจะเป็น รัฐบาล ผู้ชุมนุมเรียกร้อง และประชาชนโดยทั่วไปได้รับรู้และร่วมมือกันปฏิบัติตามอย่างพร้อมเพรียงกันด้วยความรู้รักสามัคคี เพื่อนำการกลับคืนดีและการเจริญสุขมาสู่ประเทศชาติของเราโดยเร็ววัน!
จุดยืนของเรา!
“ไม่ทำผิดกฎหมาย ไม่ใช้กฎหมายผิด
ไม่คิดมุ่งร้ายใคร ไม่ใช้ความรุนแรง
ไม่เพิ่มความขัดแย้ง ไม่ใช่แกล้งลอยตัว
ไม่มัวฟังความข้างเดียว ไม่เที่ยวใช้อารมณ์
ไม่ก้มหน้าตามอย่างผิด ไม่คิดอ้างเหตุบังหน้า
ไม่น่าใช้ทวิมาตรฐาน ไม่ระรานสิทธิ์ผู้ใด
ไม่ใช้ประชาชนเป็นโล่ ไม่วิ่งโร่ไปหารัฐประหาร
จงเทิดทูนสถาบันฯ จงเจรจากันให้ปัญหาจบ
จงเคารพในหลักการ จงยึดมั่นกฎกติกา
จงลดราอคติ จงปฏิบัติตนมีสติ
จงอยู่กันสุขสันติ จงมีจิตให้อภัย
จงรับในความต่าง จงคืนดีหาจุดร่วม
จงมุ่งส่วนรวมก่อน จงพร้อมสละตน
จงเห็นคุณค่าคน จงนำประชาธิปไตยด้วยคุณธรรม”
นี่ คื อ ป ร ะ ช า ธิ ป ไ ต ย ที่ เ ร า ต้ อ ง ก า ร !
เราขอวิงวอนให้ พี่น้องทุกกลุ่ม ทุกสี ในทุกจังหวัด ทุกภาค ระลึกไว้เสมอว่า ไม่มีฝ่ายบริหาร ฝ่ายนิติบัญญัติ ฝ่ายตุลาการหรือระบอบการเมืองการปกครองใด ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งระบอบประชาธิปไตยที่สมบูรณ์แบบ 100 %
ดังนั้น ขอให้เราทั้งหลายเปิดใจกว้างยอมรับและตระหนักว่า ในระบอบประชาธิปไตยนั้นเราสามารถที่จะเป็น “ปรปักษ์” กันได้ โดยไม่จำเป็นต้องเป็น “ศัตรู” ต่อกัน !
แม้ว่าในพจนานุกรมคำทั้ง 2 นี้แทบจะมีความหมายอันเดียวกัน แต่ หลวงวิจิตรวาทการ เคยนิยามความหมายที่แตกต่างของคำศัพท์ทั้ง 2 นี้ไว้อย่างน่าสนใจ ดังนี้
“ปรปักษ์” หมายถึง “ฝ่ายตรงข้าม” ที่มีความคิดเห็นแตกต่างกับอีกฝ่ายหนึ่ง อีกทั้งยังกล้าคัดค้านความคิดของอีก ฝ่ายหนึ่ง และยืนหยัดในความคิดเห็นของฝ่ายตน โดยไม่หวั่นกลัว แต่มิได้มีความประสงค์มุ่งร้ายต่ออีกฝ่ายหนึ่ง!
ส่วนคำว่า “ศัตรู” นั้นหมายถึง “ฝ่ายตรงข้าม” ที่จองเวรมุ่งร้ายต่ออีกฝ่ายหนึ่งประดุจข้าศึกที่ต้องทำลาย!
องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงสอนให้เราเคารพในความแตกต่างระหว่างกันโดยไม่ก่อเกิดความแตกแยก พระองค์ทรงสอนให้เรายอมรับ “ปรปักษ์” ของเราอย่างให้เกียรติ โดยไม่เป็น “ศัตรู” ต่อกัน และถึงแม้ว่าอีกฝ่ายจะปฏิบัติต่อเราดุจ “ศัตรู” พระองค์ก็ทรงสอนเราให้ “รักศัตรูของเรา”
“แต่เราบอกท่านทั้งหลายที่กำลังฟังอยู่ว่า จงรักศัตรูของท่าน จงทำดีแก่ผู้ที่เกลียดชังท่าน จงอวยพรแก่คนที่แช่งด่าท่าน จงอธิษฐานเพื่อคนที่เคี่ยวเข็ญท่าน” (ลูกา 6:27-28)
พระองค์ทรงกำชับว่า... “จงปฏิบัติต่อผู้อื่นอย่างที่ท่านปรารถนาให้เขาปฏิบัติต่อท่าน” (ลูกา 6:31)
ด้วยเหตุนี้เอง ในฐานะคริสตชนที่เป็นคนไทยเช่นกัน พวกเราขอวิงวอนให้พี่น้องชาวไทยทุกท่านจงมีน้ำใจไมตรีต่อกัน ถ่อมใจหันหน้าเข้าหากัน ยอมฟังกันและกันด้วยความเคารพในความคิดและความเชื่อที่อาจแตกต่างกัน โดยไม่คิดเป็นศัตรูที่มุ่งร้ายต่ออีกฝ่ายหนึ่ง
หากว่าเราไม่มีจิตมุ่งร้ายต่อกัน ความรุนแรงที่นำความเจ็บปวดและการสูญเสียก็จะไม่มีวันเกิดขึ้น!
ฉะนั้นขอให้เรามีสติและตัดสินใจที่จะอยู่ร่วมกันอย่างสันติดังคำสอนแห่งพระวจนะของพระเป็นเจ้าที่ปรากฎอยู่ใน พระคัมภีร์ไบเบิล ที่ว่า... “ถ้าเป็นได้ คือเท่าที่เรื่องขึ้นอยู่กับท่าน จงอยู่อย่างสงบสุขกับทุกคน” (โรม .12:18)
และ “เหตุฉะนั้นให้เรามุ่งประพฤติ ในสิ่งซึ่งทำให้เกิดความสงบสุขแก่กันและกันและทำให้เกิดความเจริญแก่กันและกัน" (โรม14:19)
หวังว่า “ท่าน” จะเป็น “บุคคลหนึ่ง” ที่ร่วมด้วยช่วยกันทำให้ประเทศชาติของเรากลับคืนสู่ความสุขสงบและมี ความเจริญรุ่งเรืองมากยิ่งกว่าที่เคยผ่านมา! “ท่าน” พร้อมกระทำสิ่งดีมีคุณค่าเช่นนี้ไหมครับ?
ศาสนาจารย์ ธงชัย ประดับชนานุรัตน์
ประธานคณะกรรมการประสานงาน
คริสตจักรโปรเตสแตนท์แห่งประเทศไทย
|